You are currently viewing Laser Marking ลงทุนครั้งเดียว คุ้มยาว 10 ปี

Laser Marking ลงทุนครั้งเดียว คุ้มยาว 10 ปี

  • Post author:
  • Post category:article

ในโลกของการผลิต ทุกการตัดสินใจลงทุนเกี่ยวข้องกับต้นทุนและ ผลตอบแทนเสมอ โดยเฉพาะเครื่องจักรที่ต้องทำงานต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง อย่างเครื่องพิมพ์วันที่ผลิตหรือวันหมดอายุ ซึ่งเป็นจุดเล็กๆ บนบรรจุภัณฑ์แต่มีผลใหญ่ต่อทั้งคุณภาพสินค้าและภาพลักษณ์ของแบรนด์ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เครื่องพิมพ์แบบใช้หมึก ไม่ว่าจะเป็น CIJ, TIJ หรือ TTO เคยเป็นตัวเลือกหลักในสายการผลิตทั่วโลก แต่เมื่อเทคโนโลยี Laser Marking เข้ามาทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไป หลายโรงงานที่เคยลังเล ตอนนี้กำลังมองเห็นภาพชัดขึ้นว่า “เครื่องพิมพ์เลเซอร์” ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเท่านั้น แต่คือ การลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่ากว่า เพราะลงทุนครั้งเดียว สามารถใช้งานได้ยาวนานกว่า 10 ปีโดยแทบไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายซ่อนเร้นใด ๆ

1. จากต้นทุนแฝง สู่การลงทุนที่คืนทุนจริง

ถ้าเปรียบเทียบกันแบบตรงไปตรงมา เครื่องพิมพ์เลเซอร์อาจมีราคาสูงกว่าเครื่องพิมพ์หมึกในช่วงเริ่มต้น เฉลี่ยอยู่ที่หลัก หลายแสนบาทต่อเครื่อง ขึ้นอยู่กับกำลังของเลเซอร์และวัสดุที่ใช้ยิง แต่สิ่งที่หลายคนมองข้ามคือ “ต้นทุนแฝง” ของระบบหมึก เช่น หมึกพิมพ์ น้ำยาล้าง หัวพิมพ์ และการบำรุงรักษาที่ต้องทำทุกเดือน

โดยเฉลี่ยแล้ว เครื่องพิมพ์วันที่ CIJ หรือ TIJ หนึ่งเครื่องจะมีค่าใช้จ่ายหมึกและอุปกรณ์สิ้นเปลืองประมาณ 6,000 – 15,000 บาทต่อเดือน หรือราว 70,000 – 180,000 บาทต่อปี ซึ่งภายใน 5 ปี ต้นทุนเหล่านี้จะพุ่งขึ้นไปแตะหลัก เกือบล้านบาท โดยที่เครื่องยังมีความเสี่ยงต้องซ่อมใหญ่หรือต้องเปลี่ยนหัวพิมพ์ ในทางกลับกัน เครื่องพิมพ์เลเซอร์ไม่ใช้หมึก ไม่ต้องทำความสะอาดหัวพิมพ์ และแทบไม่ต้องหยุดสายการผลิตเพราะการบำรุงรักษา ค่าใช้จ่ายต่อเดือนจึงแทบเป็นศูนย์ นั่นหมายความว่า แม้ราคาซื้อเครื่องจะสูงกว่า แต่คืนทุนได้ภายใน 2–3 ปี และสามารถใช้งานต่อได้อีกหลายปีโดยไม่ต้องจ่ายอะไรเพิ่ม

2. อายุการใช้งานยาวนานกว่า 10 ปี

หนึ่งในจุดแข็งที่สุดของเครื่องพิมพ์เลเซอร์คือ ความทนทาน เพราะโครงสร้างภายในไม่มีชิ้นส่วนเคลื่อนไหวที่ต้องสึกหรอเหมือนเครื่องพิมพ์แบบใช้หมึก เครื่องพิมพ์เลเซอร์ใช้หลักการยิงแสงพลังงานสูงลงบนพื้นผิววัสดุเพื่อสร้างรอยถาวร ไม่มีหัวพิมพ์ ไม่มีแรงดัน ไม่มีหมึกอุดตัน ทำให้ระบบมีความเสถียรสูงและอายุการใช้งานยาวนาน บางรุ่นสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องกว่า 100,000 ชั่วโมง หรือมากกว่า 10 ปีเต็ม โรงงานขนาดใหญ่หลายแห่งในไทย เช่น อาหาร เครื่องดื่ม หรืออุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ ต่างยืนยันตรงกันว่า เครื่องเลเซอร์คือเครื่องเดียวในสายการผลิตที่ไม่เคยหยุดทำงาน เพราะไม่ต้องบำรุงรักษาบ่อย และทำงานได้ต่อเนื่องโดยไม่ต้องพึ่งพาช่างเฉพาะทาง

3. พิมพ์ได้ทุกวัสดุ

ในยุคที่ตลาดสินค้าเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โรงงานต้องปรับบรรจุภัณฑ์ให้หลากหลายมากขึ้น ทั้งขวดพลาสติก ถุงฟอยล์ ฝาโลหะ หรือกล่องกระดาษ เครื่องพิมพ์วันที่หมึกส่วนใหญ่ต้องใช้หมึกเฉพาะสำหรับแต่ละวัสดุ บางกรณีต้องเปลี่ยนหัวพิมพ์หรือระบบจ่ายหมึกให้เหมาะกับพื้นผิวที่ต่างกัน ซึ่งเพิ่มทั้งค่าใช้จ่ายและความยุ่งยากในการผลิต ตรงกันข้ามกับเครื่องพิมพ์เลเซอร์ที่สามารถพิมพ์ได้กับวัสดุหลากหลายประเภทโดยไม่ต้องเปลี่ยนหัวหรือหมึกเลย ไม่ว่าจะเป็น พลาสติก PET / HDPE กระดาษและกล่องลูกฟูกแก้วและโลหะ ฟิล์มบางหรือวัสดุรีไซเคิล เพียงแค่ปรับค่าพลังงานเลเซอร์ให้เหมาะสม เพื่อรอยพิมพ์ที่คมชัดและถาวรได้ในทุกพื้นผิว ซึ่งช่วยให้โรงงานปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องลงทุนเพิ่มในเครื่องพิมพ์ใหม่

4. เพิ่มประสิทธิภาพสายการผลิต

ในสายการผลิตขนาดใหญ่เวลาที่เครื่องพิมพ์หยุดทำงาน คือค่าใช้จ่ายที่สูงที่สุด เครื่องวันที่แบบพิมพ์หมึกมักต้องหยุดเพื่อเติมหมึก ทำความสะอาดหัวพิมพ์ หรือแก้ปัญหาหมึกตัน ซึ่งแม้จะใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที แต่หากเกิดบ่อยๆ อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของสายการผลิตอย่างมาก แต่เครื่องเลเซอร์แก้ปัญหานี้ได้อย่างเด็ดขาด เพราะระบบไม่ต้องสัมผัสกับวัสดุ ไม่มีหมึก ไม่มีการอุดตัน สามารถทำงานต่อเนื่องได้เป็นหมื่นชั่วโมงโดยไม่สะดุด ทำให้ OEE (Overall Equipment Effectiveness) ของสายการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อรวมกับความเร็วการพิมพ์ที่สูง บางรุ่นสามารถพิมพ์ได้กว่า 2,000 ชิ้นต่อนาที ทำให้เครื่องเลเซอร์กลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้โรงงานสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้โดยไม่ต้องขยายกำลังคนหรือเพิ่มเครื่องจักรอื่น

5. คุณภาพของผลลัพธ์การพิมพ์

อีกหนึ่งจุดคุ้มค่าที่ไม่ควรมองข้ามคือ ความทนของรอยพิมพ์ เพราะรอยพิมพ์จากเลเซอร์ไม่สามารถลบออกหรือเลอะได้ง่าย ต่างจากหมึกที่อาจซีดจางเมื่อโดนความร้อนหรือความชื้น รอยพิมพ์ของเลเซอร์คมชัดระดับไมครอน เหมาะสำหรับทั้งวันที่ผลิต หมดอายุ QR Code หรือรหัสเฉพาะสินค้า (Serial Number) ที่ต้องการความละเอียดสูง ใช้งานได้ดีในอุตสาหกรรมที่ต้องการความน่าเชื่อถือ เช่น ยา เครื่องสำอาง หรืออาหารที่ส่งออกไปต่างประเทศ ที่สำคัญ รอยพิมพ์แบบปลอดหมึกยังช่วยให้ผลิตภัณฑ์ดูสะอาดและพรีเมียมขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ในสายตาผู้บริโภค

6. การลด Carbon Footprint

ในยุคที่โลกธุรกิจหันมาให้ความสำคัญกับความยั่งยืน การใช้เครื่องพิมพ์เลเซอร์ถือเป็นอีกหนึ่งการลงทุนที่สอดคล้องกับแนวทาง ESG (Environmental, Social, Governance) อย่างแท้จริง เนื่องจากระบบเลเซอร์ไม่ใช้หมึกหรือสารเคมีใดๆ จึงไม่ก่อให้เกิดของเสีย ไม่ต้องจัดการตลับหมึกเก่าหรือของเหลืออันตราย และไม่ปล่อยสาร VOC ที่เป็นมลพิษต่ออากาศ หลายโรงงานในไทยเริ่มนำข้อมูลนี้ไปใช้ในการยื่นขอใบรับรองมาตรฐานสิ่งแวดล้อม เช่น ISO 14001 หรือใช้เป็นส่วนหนึ่งของรายงานความยั่งยืน (Sustainability Report) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าระดับสากล นั่นหมายความว่า การลงทุนในเครื่องเลเซอร์ไม่ได้ให้ผลตอบแทนแค่ด้านต้นทุน แต่ยังช่วยยกระดับภาพลักษณ์ขององค์กรให้เป็นโรงงานที่ สะอาด ปลอดภัย และยั่งยืนอีกด้วย

7. ตัวเลขจริงที่พิสูจน์ความคุ้มค่า

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น มาลองคำนวณง่ายๆ สมมุติโรงงานใช้เครื่องพิมพ์หมึก CIJ มีค่าใช้จ่ายหมึกและบำรุงรักษาเฉลี่ยเดือนละ 10,000 บาท หรือ 120,000 บาทต่อปี หากใช้ต่อเนื่อง 10 ปี = 1,200,000 บาท ขณะที่เครื่องพิมพ์เลเซอร์ราคาประมาณ 600,000 – 800,000 บาท แต่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายหมึกอีกเลยตลอดอายุการใช้งาน แม้รวมค่าไฟและการบำรุงรักษาเล็กน้อย ปีละไม่เกิน 10,000 บาท ภายใน 10 ปีจะมีต้นทุนรวมราว 700,000 – 900,000 บาท เท่ากับว่าคืนทุนได้ในปีที่ 3–4 และหลังจากนั้นทุกปีคือ “กำไรที่คืนกลับมาจากการลดต้นทุน” นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหลายโรงงานจึงมองว่า Laser Marking คือเครื่องจักรที่คุ้มค่าที่สุดในสายการผลิต

การซื้อเครื่องพิมพ์เลเซอร์อาจดูเป็นการลงทุนก้อนใหญ่ในตอนแรก แต่ถ้ามองในระยะยาว มันคือการตัดค่าใช้จ่ายหมึกในอนาคตออกไปนับล้านบาท และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ความยั่งยืน และภาพลักษณ์ขององค์กรไปพร้อมกัน หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆ Laser Marking ไม่ใช่แค่เครื่องพิมพ์ แต่คือการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนได้ยาวนานกว่า 10 ปี

สำหรับโรงงานที่กำลังมองหาเทคโนโลยีที่คุ้มค่า ดูแลง่าย และพร้อมเติบโตไปกับอนาคต ระบบเลเซอร์คือคำตอบที่ “ลงทุนครั้งเดียว แต่คุ้มไปอีกทศวรรษ” อย่างแท้จริง

https://web.facebook.com/photo/?fbid=842211618398434&set=a.168688042417465

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

Line : @docod

โทร : 0636944444